๑๙๕. ระบบบริการสาธารณสุข ประเทศญี่ปุ่น [ตอนที่ ๓]

เนื้อหาในเอ็นทรี่ย์นี้ เป็นกระทู้ที่ผมตั้งในพันทิพเมื่อประมาณหลายสัปดาห์ก่อน เพื่อบอกเล่าความเป็นไปในระบบบริการสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่น และเปรียบเทียบให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างระบบของญี่ปุ่นกับระบบของไทย

ผมมองในฐานะ “ผู้รับบริการในประเทศญี่ปุ่น” และในฐานะ “ผู้ให้บริการในประเทศไทย” ครับ

เนื่องจากช่วงนี้ผมอาจจะวุ่นๆ กับการเรียน ไม่ค่อยมีเวลาอัพเดตบล็อกบ่อยๆ อย่างเมื่อก่อน ผมจึงขอคัดลอกเรื่องนี้จากพันทิพมาบอกเล่าสู่กันฟังในที่นี้ โดยตัดแบ่งเป็นตอนย่อยๆ เพื่อไม่ให้ยาวจนเกินไป หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกคนครับ

ระบบบริการสาธารณสุข ประเทศญี่ปุ่น [ตอนที่ ๓]

เปรียบเทียบระบบของญี่ปุ่น กับ ระบบของไทย

ผมมองว่าระบบของประเทศญี่ปุ่นมีจุดที่แตกต่างจากระบบของประเทศไทยอยู่หลายประการ ยกตัวอย่างเช่น

๑) ระบบบริการสาธารณสุขของญี่ปุ่นเป็นงานบริการเชิงพาณิชย์ แตกต่างจากประเทศไทยที่เป็นงานบริการเชิงอุดมการณ์ กล่าวให้ชัดเจนขึ้นก็คือ ระบบของญี่ปุ่นเดินหน้าด้วยเงินทุน ส่วนระบบของไทยเดินหน้าด้วยถ้อยคำที่งดงามจากผู้กำหนดนโยบาย

๒) ระบบของประเทศญี่ปุ่นใช้ประโยชน์จากเงินทุนหมุนเวียน ประชาชนทุกคนรับภาระเบี้ยประกันในระยะยาวเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลในแต่ละครั้ง เงินทุนหมุนเวียนช่วยให้ระบบเดินหน้าต่อไปได้ หลีกเลี่ยงปัญหาโรงพยาบาลรัฐขาดทุนจากงบประมาณอันจำกัด แตกต่างจากระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยที่กำหนดงบประมาณจากรัฐ ประชาชนได้ประโยชน์ แต่โรงพยาบาลขาดทุน

๓) ระบบประกันสุขภาพและระบบร่วมจ่ายของญี่ปุ่น ช่วยให้ผู้รับบริการได้เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการทั้งในฐานะของผู้ให้และผู้รับไปพร้อมกัน แตกต่างจากประเทศไทยที่ผู้รับบริการเป็นแต่เพียงผู้รับ และคอยเรียกร้องสิทธิประโยชน์จากผู้ให้บริการเพียงฝ่ายเดียว

๔) ระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลญี่ปุ่นครอบคลุมทั้งรัฐและเอกชน โรงพยาบาลได้รับค่าบริการ 30% จากผู้รับบริการ และสามารถเบิกส่วนต่าง 70% ได้จากรัฐบาล ในแง่นี้รัฐบาลสามารถเข้าควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งระบบ แตกต่างจากประเทศไทยที่รัฐบาลควบคุมราคาของโรงพยาบาลรัฐ แต่ไม่สามารถควบคุมราคาในโรงพยาบาลเอกชน

๖) ระบบบริการปฐมภูมิของประเทศญี่ปุ่นมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ผู้รับบริการต้องเข้ารับบริการในคลินิกเอกชนก่อนเสมอ จะเข้าโรงพยาบาลได้ต่อเมื่อมีใบส่งตัวหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินรุนแรง ระบบนี้ช่วยกระจายผู้ป่วยไม่ให้แออัดอยู่ตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทยที่ผู้รับบริการสามารถเดินเข้าโรงพยาบาลได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำกัดความเจ็บป่วย

๗) คลินิกและโรงพยาบาลในญี่ปุ่นมีเวลาเปิดปิดที่แน่นอน ลดภาระงานที่เกินความจำเป็นของแพทย์และผู้ให้บริการอื่นๆ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้เรียนรู้หลักการดูแลตนเองเบื้องต้น โดยเฉพาะในกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยยามค่ำคืน แตกต่างจากประเทศไทยที่มีโรงพยาบาลบริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งฉุกเฉินแท้และฉุกเฉินเทียม ผู้รับบริการถ่ายโอนการดูแลทุกอย่างให้แก่โรงพยาบาลโดยขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเอง

๘) ระบบนี้เปิดโอกาสให้แพทย์ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้รับบริการ แตกต่างจากระบบของไทยที่บีบคั้นแพทย์และบุคลากรให้ทำงานเกินกำลัง จนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมในการรักษาพยาบาล

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเพียงบางส่วนเท่านั้น

ติดตามต่อในตอนที่ ๔ : ข้อเสียในระบบญี่ปุ่น ในสายตาของ “ผู้รับบริการไทยๆ” และ ข้อมูลเพิ่มเติม

Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: