๑๙๔. ระบบบริการสาธารณสุข ประเทศญี่ปุ่น [ตอนที่ ๒]

เนื้อหาในเอ็นทรี่ย์นี้ เป็นกระทู้ที่ผมตั้งในพันทิพเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน เพื่อบอกเล่าความเป็นไปในระบบบริการสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่น และเปรียบเทียบให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างระบบของญี่ปุ่นกับระบบของไทย

ผมมองในฐานะ “ผู้รับบริการในประเทศญี่ปุ่น” และในฐานะ “ผู้ให้บริการในประเทศไทย” ครับ

เนื่องจากช่วงนี้ผมอาจจะวุ่นๆ กับการเรียน ไม่ค่อยมีเวลาอัพเดตบล็อกบ่อยๆ อย่างเมื่อก่อน ผมจึงขอคัดลอกเรื่องนี้จากพันทิพมาบอกเล่าสู่กันฟังในที่นี้ โดยตัดแบ่งเป็นตอนย่อยๆ เพื่อไม่ให้ยาวจนเกินไป หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านทุกคนครับ

ระบบบริการสาธารณสุข ประเทศญี่ปุ่น [ตอนที่ ๒]

ภาพรวม ระบบบริการสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่น

ระบบบริการสาธารณสุขของประเทศญี่ปุ่นเป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลและเอกชน ผู้ป่วยทั่วไปต้องเข้ารับการรักษาในคลินิกเอกชนก่อนเสมอ ในฐานะหน่วยบริการปฐมภูมิ (Primary Care Unit) จะเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้ก็ต่อเมื่อเกินกำลังของคลินิก มีใบส่งตัว หรือบาดเจ็บฉุกเฉินจนต้องเรียกรถพยาบาล ซึ่งก็ต้องผ่านการประเมินและเสียค่าบริการรถพยาบาลเพิ่มเติม

จะเดินเข้าโรงพยาบาลเองอย่างในประเทศไทยไม่ได้ เพราะหากทำเช่นนั้น โรงพยาบาลสามารถปฏิเสธการรักษาได้

คลินิกเอกชนในญี่ปุ่นไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนใหญ่จะเปิดตามเวลาราชการ บางแห่งหยุดวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือแม้แต่โรงพยาบาลก็มีเวลาเปิดปิดที่แน่นอน ยกเว้นแผนกฉุกเฉินที่เปิดตลอดเวลา แต่จะเข้ารับบริการได้ต่อเมื่อเรียกรถพยาบาลและผ่านการประเมินความเจ็บป่วยแล้ว 

นอกจากนี้ แพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลก็ไม่ได้ออกตรวจทุกวัน แต่จะมีตารางเวรไว้ชัดเจน เช่น วันจันทร์มีอายุรแพทย์และศัลยแพทย์ออกตรวจ วันอังคารมีแพทย์สูตินรีเวชและศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ออกตรวจ เป็นต้น

กรณีเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย นอนไม่หลับ ขับถ่ายไม่ออก ฯลฯ หากเป็นตอนกลางวันก็ให้เข้ารับบริการในคลินิกเอกชน หากเป็นตอนกลางคืนที่คลินิกปิดแล้ว ก็ให้รอจนรุ่งเช้า หรือหากเจ็บป่วยมากและคิดว่าทนรอไม่ไหวจริงๆ ก็ให้โทรศัพท์เรียกรถพยาบาล

โรงพยาบาลแต่ละแห่งมีจำนวนเตียงจำกัด การกระจายผู้ป่วยออกสู่หน่วยบริการปฐมภูมิช่วยลดความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ใครที่มีโอกาสมาโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโอซะกะจะรู้สึกได้ทันทีว่า จำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ฯลฯ ในประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด เพราะผู้ป่วยในโรงพยาบาลคือผู้ป่วยที่เกินกำลังคลินิก และได้รับการส่งตัวมาเท่านั้น

ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐเป็นไปตามระบบประกันสุขภาพของรัฐบาล นั่นคือ ผู้รับบริการที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนร่วมจ่าย 30% ของราคาเต็ม หากได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ค่ารักษาพยาบาลก็เพิ่มสูงขึ้นตามสัดส่วน

ไม่มีคำว่าฟรี ในระบบที่ต้องใช้เงินทุน 

ติดตามต่อในตอนที่ ๓ : เปรียบเทียบระบบของญี่ปุ่น กับ ระบบของไทย

Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: