๑๙๑. มีอะไรใน “20 Facts about Me”

๒๘ กันยายน ๒๕๕๗

ช่วงนี้ในนิวส์ฝีดเฟซบุ๊คของผมมีการละเล่นหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม นั่นคือ จดหมายลูกโซ่ “20 Facts about Me”

ในจดหมายนี้ แต่ละคนจะเล่าเรื่องราวของตนเองทั้งหมด ๒๐ ข้อ โพสต์ลงในสเตตัส จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ ตั้งแต่ชื่อของตนเอง ลักษณะนิสัย ความชอบ วีรกรรมวัยเด็ก เพื่อนรัก คู่รัก ฯลฯ ตามแต่ความพอใจ และเมื่อเล่าเรื่องจนครบ ๒๐ ข้อแล้วก็จะต้องแท็กเพื่อนคนอื่นๆ ต่อไปอีก จะกี่คนก็ได้ ไม่จำกัดจำนวน

ผมเคยเล่นจดหมายลูกโซ่อย่างนี้ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่จะมีเฟซบุ๊ค สมัยนั้นดูเหมือนจะฮิตกันในบล็อก โดยเฉพาะในเอ็กซ์ทีน (exteen.com) ซึ่งเป็นแหล่งรวมบล็อกเกอร์วัยรุ่น ตอนนั้นผมน่าจะยังเรียนอยู่ชั้นปี ๓ หรือ ๔ ประมาณนั้น ก็ยังนับว่าเป็นวัยรุ่นอยู่

สิ่งที่ต่างกันคือ เรื่องเล่าในเอ็กซ์ทีนมีไม่ถึง ๒๐ ข้อ อย่างมากก็ไม่เกิน ๑๐ ข้อ และเรื่องเล่าสมัยนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวมากเมื่อเทียบกับในเฟซบุ๊ค อาจเป็นเพราะบรรยากาศของบล็อกยังมีความเป็นทางการ มีช่องว่างระหว่างผู้เขียนกับผู้อ่านอยู่บ้าง ไม่ได้ใกล้ชิดแน่นแฟ้นเหมือนอย่างกลุ่มเฟซบุ๊คเฟรนด์

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมเลยก็คือ ไม่ว่าจะเป็นบล็อก เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คใดๆ ก็ตาม เหล่านี้ล้วนแต่เป็นพื้นที่สาธารณะทั้งสิ้น ไม่มีสิ่งใดเป็นพื้นที่ส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย ทุกข้อความที่เรานำเสนอย่อมปรากฏแก่สายตาของคนอื่นนับร้อยนับพันในทันทีที่คลิ้กนิ้วโพสต์

ความจริงแล้ว การได้อ่าน 20 Facts about Me ของคนอื่นๆ ก็เป็นอะไรที่สนุกดีเหมือนกันครับ ทุกคนดูจะมีเรื่องที่อยากบอกอยากเล่าอยู่เยอะแยะ ดีบ้างร้ายบ้างปะปนกันไป ทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวเหล่านั้นก็เหมือนกับว่าเรากำลังเรียนรู้ตำราเล่มใหญ่ ซึ่งถูกปาใส่หน้าพร้อมกันหลายๆ เล่มในทุกครั้งที่เปิดนิวส์ฝีด

ผมคิดว่าไอเดียนี้เป็นเรื่องดีครับ มันช่วยให้เราได้ย้อนกลับมามองตัวเราเอง ได้คิดทบทวนว่าตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเราเป็นอย่างไร มีวีรกรรมวีรเวรก่อไว้อย่างไรบ้าง ทั้งเปิดเผยและซ่อนเร้น รวมทั้งเรื่องที่เราอาจจะเผลอลืมมันไปตามกาลเวลา

ที่สำคัญคือ เราจะเลือกเปิดเผยอะไรให้คนอีกนับร้อยนับพันได้รับรู้เรื่องราวของเราเองบ้าง และจะเปิดเผยอย่างไรดี

บางคนรู้จักกันเนิ่นนาน พอได้อ่านเรื่องราวที่เขาเขียนแล้วก็นึกขำ อยากจะบอกกับเจ้าตัวว่า “มึงกล้าเนอะ” หรือ “เฮ่ย กรูไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ะ” อะไรประมาณนั้น หรือบางคนที่เคยรู้จักกันแต่อาจจะยังไม่คุ้นเคย เรื่องราวเหล่านั้นย่อมเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับคนๆ นั้นเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะช่วยให้รู้จักกันมากขึ้น คุ้นเคยกันมากขึ้น หรืออาจจะหมั่นไส้กันไปเลยก็ได้เหมือนกัน

ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับ มันขึ้นอยู่กับว่า เรา/เธอ/เขา เลือกที่จะเล่าเรื่องของตนเองอย่างไร

สิ่งที่ชวนให้ขบคิดในเรื่องนี้คือ มุมมองที่เรามองตัวเรา อยากเล่าเกี่ยวกับตัวเรา หรืออยากให้คนอื่นมองเรา อาจจะแตกต่างไปจากภาพที่คนอื่นมองเห็นเราจริงๆ ก็ได้ อย่างดีก็อาจจะคาบเกี่ยวกับได้บ้าง อย่างร้ายก็อาจจะเล่ากันคนละเรื่องเดียวกันไปเลย ส่วนที่จะทับซ้อนกันเป๊ะๆ ก็อาจจะมีอยู่บ้าง แต่คงน้อยเต็มที

เรื่องนี้ไม่มีผิดหรือถูกครับ เป็นเพียงการรับรู้และการตีความส่วนบุคคล

ผมไม่ได้มองว่าทุกคนจะเฟคให้ตัวดูดีนะครับ บางคนเขียนมาจนไม่เหลือความดีงามในตัวเองเลยก็มี เพียงแต่ผมมองว่า ตัวเราเองกับคนอื่นๆ มักสวมแว่นตาต่างสีกัน หรือบางคนสายตาสั้นยาวไม่เท่ากัน แม้จะมองสิ่งเดียวกันก็อาจจะเห็นภาพแตกต่างกันไป 

แว่นตาที่ว่านั้นก็คือ ประสบการณ์และพื้นฐานความคิดของแต่ละคนครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ส่งผลต่อโลกทัศน์-ทัศนคติของแต่ละบุคคล; ในเรื่องนี้ จดหมายลูกโซ่ 20 Facts about Me มีส่วนช่วยให้เราได้เรียนรู้ว่า คนอื่นๆ มองตัวเขาเองอย่างไร มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร แล้วเราควรจะทำตัวอย่างไรเมื่อต้องพบปะพูดคุยกับคนๆ นั้นในชีวิตจริง

ถ้าอยากรู้ว่าเรามองเห็นตัวเราต่างจากคนอื่นๆ อย่างไร วันหลังลองถามเพื่อนสนิทดูก็ได้ครับ ว่าไอ้ที่เขียนๆ กันไปยืดยาวน่ะ เพื่อนคิดว่าอย่างไร จะได้รู้ว่าที่ผ่านมาเราคิดตรงหรือต่างกันอย่างไร มีอะไรที่เราเข้าใจไม่ตรงกัน แล้สเราจะต้องเรียนอะไรกันเพิ่มเติม เพื่อนที่จะคบกันเป็นเพื่อนกันต่อไป

หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น ลองถามแฟนด้วยก็ดีครับ

ผมไม่ได้เขียน 20 Facts about Me ของตัวเอง และเอ็นทรี่ย์นี้ไม่มีลูกโซ่ครับ ~ ฮาาา

Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: