๑๘๘. มีอะไรในฮอร์โมนส์ (Hormones the Serires)

๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗

ผมตั้งใจจะเขียนถึงซีรี่ส์เรื่องนี้มาหลายครั้ง เพราะเห็นว่ากำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นไทย ถึงแม้ทางผู้กำกับจะบอกว่าเป็นละครสำหรับผู้ที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป (น. ๑๘+) แต่หากจะกล่าวกันตามจริงแล้ว กลุ่มเป้าหมายก็คงเป็นเด็กวัยรุ่นอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีอย่างไม่ต้องสงสัย 

เรื่องราวในฮอร์โมนส์เกี่ยวข้องกับชีวิตของนักเรียนมัธยมปลาย ซึ่งในชีวิตจริงจะมีนักเรียนชั้นมัธยมปลายสักกี่คนที่อายุเกิน ๑๘ ปี

เรื่องอย่างนี้รู้ๆ กันอยู่ คงไม่ต้องอธิบายให้มากความ

เนื้อหาในเอ็นทรี่ย์นี้ ผมเคยโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊คของผมเองเมื่อประมาณ ๑ เดือนก่อน เห็นว่ายังไม่ตกกระแส จึงอยากเก็บมาบอกเล่าซ้ำอีกครั้งในบล็อกนี้ครับ

มีอะไรในฮอร์โมนส์ (Hormones The Series) — ผมไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ละครซีรี่ส์เรื่องนี้ แต่หลังจากดูผ่านๆ ไปตามกระแสแล้วเห็นว่ามีอะไรน่าสนใจ จึงอยากแบ่งปัน

๑. ฮอร์โมนส์ไม่ใช่ละครสะท้อนสังคม แต่กำลังจำลองสังคมขึ้นมาใหม่ตามความต้องการของผู้กำกับและตามกระแสเรียกร้องของผู้ชม เรื่องราวในฮอร์โมนจึงเป็นสังคมเสมือนจริง (simulacrum) หรือสังคมอุดมคติของวัยรุ่นชนชั้นกลางใหม่ในเมืองกรุง

๒. ตัวละครหลักคือตัวแทนของบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่คาบเกี่ยวทับซ้อน และยังถูกขับเน้นให้ล้นเกิน ผู้ชมอาจคาดเดาพฤติกรรมของตัวละครได้อย่างคงเส้นคงวา แม้แต่ตัวละครที่มีจิตใจโลเลก็ยังโลเลให้เห็นอยู่ตลอด ไม่ได้แปรผันตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

๓. บุคลิกที่แตกต่างและคงเส้นคงวาของตัวละคร แสดงให้เห็นว่าผู้กำกับเดินตามขนบบทละครไทยอย่างเคร่งครัด ซึ่งคงจะเป็นความตั้งใจเดิมที่ต้องการให้ตัวละครแต่ละตัวเป็นตัวแทนของฮอร์โมนที่แตกต่างกัน

๔. ฮอร์โมนส์ดำเนินเรื่องผ่านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ดูเหมือนจะเน้นที่ความรัก ทั้งคู่รักต่างเพศและเพศเดียวกัน เพื่อให้ฮอร์โมนส์เป็นสังคมอุดมคติที่มีความหลากหลายทางเพศ ในแบบที่สังคมไทยๆ ปัจจุบันยังรับไม่ได้

๕. ความรักในฮอร์โมนส์ไม่ใช่ความรักที่บริสุทธิ์ แต่เป็นความรักที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการทางเพศ (libido) และความก้าวร้าว (mortido) หรือหากจะกล่าวอย่างสุดโต่งก็คือ ความรักแบบฮอร์โมนส์คือเพศสัมพันธ์และการแย่งชิง

๖. ฮอร์โมนส์มีคนติดตามมาก คงเป็นเพราะบทละครกล้านำเสนอสิ่งที่ขัดกับหลักศีลธรรมฉาบฉวยในสังคมไทยๆ เหมือนเป็นการระบายความอัดอั้นตันใจผ่านเรื่องราวที่อ้างว่าสะท้อนสังคม

๗. เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้คนนิยมกันมาก คือ ฮอร์โมนส์ช่วยเติมเต็มความปรารถนาในวัยมัธยมของผู้ชมชนชั้นกลางเมืองกรุงโดยทั่วไป 

๘. ยังมีอะไรให้เห็นอีกหลายอย่างในฮอร์โมนส์ ก็ค่อยๆ ติดตามกันไป ผมอาจจะมองคลาดเคลื่อนไปก็ได้

ถ้าเรายังเชื่อว่าฮอร์โมนส์เป็นละครสะท้อนสังคม และพยายามที่จะมองให้เป็นอย่างนั้นให้ได้ วิธีการหนึ่งที่น่าสนใจคือ มองข้ามหน้าตาของตัวละครทั้งหมด แล้วพิจารณาพฤติกรรมของตัวละครทุกตัว เพื่อที่จะเข้าใจว่าสิ่งที่ผู้กำกับอ้างเสมอว่า “สะท้อนสังคม” นั้น สะท้อนอย่างไร

ผมชอบความเห็นของ อ.ธีรภัทร เจริญสุข − นักเขียน คอลัมนิสต์ และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรามคำแหง − ที่กล่าวว่า ฮอร์โมนส์กำลังนำเสนอภาพของ “แว้นซ์บอย สก๊อยเกิร์ล” ที่เราๆ ท่านๆ รู้สึกรังเกียจกันนั่นแหละครับ เพียงแต่เป็นแว้นซ์และสก๊อยในระดับไฮคลาส เป็นกลุ่มชนชั้นกลางค่อนสูงในเมืองกรุง ไม่ใช่เด็กเห่อจักรยานยนต์โฉบเฉี่ยวตามชานเมืองทั่วๆ ไป

อ.ธีรภัทร ยังกล่าวย้ำในตอนท้ายอีกว่า “คนหน้าตาดีโลกนี้เข้าข้าง โลกนี้มันไม่ยุติธรรมก็อย่างนี้แหละ”

ความเห็นทั้งหมดนี้จะเป็นจริงมากน้อยเพียงไร ผมเชื่อว่าผู้ชมทุกคนคงมีคำตอบอยู่แล้วในใจครับ

Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: