๑๗๘. ความขยันสไตล์ญี่ปุ่น (勤勉 kinben)

หากมีใครถามความเห็นของผมเกี่ยวกับชีวิตในญี่ปุ่น ผมมักจะบอกเสมอว่า สำหรับคนไทย (ไทยๆ) โดยทั่วไป ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวชั่วครู่ชั่วคราว เพราะเป็นประเทศที่มีภูมิทัศน์ธรรมชาติสวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และความเป็นญี่ปุ่น (Japanism) ก็เต็มไปด้วยมายาคติที่งดงามในสายตาของคนไทย

แต่การใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนหรือคนทำงาน ซึ่งต้องอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลานาน มีปฏิสัมพันธ์กับชาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ กลับไม่ง่ายดายเหมือนกับการท่องเที่ยวเพียงชั่วครู่ชั่วคราว ชีวิตของชาวต่างชาติ (外人 Gaijin) ไม่ได้มีเพียงแค่การชื่นชมธรรมชาติ ลิ้มลองซุชิเลิศรส หรือดื่มด่ำกับสาเกชั้นยอด (特級酒 Tokkyūshu) แต่หมายถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันให้กลมกลืนกับเจ้าของประเทศ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น หรืออาจล่วงเลยไปจนดึกดื่นค่อนคืน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ ชาวญี่ปุ่นพยายามรักษาเอกลักษณ์ของตนไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะ ล้อมรอบด้วยกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากมาแต่โบราณ ทั้งยังเคยปิดประเทศเป็นระยะเวลายาวนานกว่าร้อยปี ทำให้ญี่ปุ่นมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่แยกขาดจากประเทศรอบข้างอย่างชัดเจน สังคมญี่ปุ่นมีลักษณะที่โดดเด่นและโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน

เอกลักษณ์ประการหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ความขยันหมั่นเพียรในการทำงาน ซึ่งบางครั้งก็กลายเป็นความหักโหมจนเกินควรในสายตาของชาวต่างชาติ เชื่อว่าคนไทยหลายคนที่เคยเรียนหรือทำงานในประเทศญี่ปุ่นคงมีความเห็นตรงกันว่า ชาวญี่ปุ่นทำงานหนักโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เริ่มงานก่อน ๘ โมงเช้า เลิกงานหลัง ๔ ทุ่ม ราวกับว่าทั้งชีวิตไม่มีสิ่งอื่นใดนอกเสียจากการทำงาน

อย่างไรก็ดี ระยะเวลาและประสิทธิผลในการทำงานเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาแยกจากกันในเบื้องต้น ส่วนจะมีความเกี่ยวข้องกันมากหรือน้อยเพียงไรนั้นคงขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

หนังสือ Getting Along with the Japanese โดย Kate Elwood กล่าวถึงลักษณะทำงานของชาวญี่ปุ่นไว้ในหัวข้อ Diligence (勤勉 kinben) เรื่องนี้คงเป็นสิ่งที่ชาวตะวันตกแปลกใจมาก จนถึงกับตั้งคำถามเปิดประเด็นไว้ว่า “Don’t the Japanese like to have fun?”

Kate Elwood เสนอว่า ความขยันหมั่นเพียรในการทำงานเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับคนทั่วโลก แต่พฤติกรรมที่แสดงถึงความขยันอาจแตกต่างกันไป เช่น ในบริบทของชาวตะวันตก ความขยันหมั่นเพียรในการทำงานจะยึดโยงอยู่กับความสำเร็จส่วนบุคคล ซึ่งแสดงถึงความพยายามที่จะยกระดับของตนเองให้สูงขึ้นกว่าเดิม แต่พฤติกรรมดังกล่าวนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับชาวญี่ปุ่น ซึ่งมักจะผูกชีวิตของตนเองเข้ากับความสำเร็จของหมู่คณะ

ชาวญี่ปุ่นมาทำงานตั้งแต่เช้า เลิกงานเย็น และมักทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่นเป็นประจำ ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากอุทิศชีวิตส่วนตัวให้กับการทำงาน จนดูคล้ายกับว่าเป็นคนบ้างาน (workaholic) ความพึงพอใจสูงสุดในการทำงานของชาวญี่ปุ่นไม่ใช่ความสุขของตนเอง แต่เป็นความสำเร็จของหมู่คณะ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า การทำงานแบบอุทิศชีวิตเช่นนี้เองที่ผลักดันให้ประเทศญี่ปุ่นเจริญก้าวหน้าเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ แม้จะผ่านความบอบช้ำอย่างหนักในช่วงสงคราม

ผู้ที่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อน คงพอจะรับรู้ถึงการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย หรืออาจจะถึงขั้นหนักหนาสาหัสในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้เป็นอย่างดี จากคำบอกเล่าของ โนบิ โนบิสึเกะ (野比 のび助) คุณพ่อของโนบิตะ ที่ปรากฏแทรกอยู่ในการ์ตูนซี่รี่ส์เรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง หรือหากจะพิจารณาชีวิตประจำวันของโนบิสึเกะ ก็พอจะเห็นความเหน็ดเหนื่อยของชีวิตสะระรีมัง (サラリーマン sararī man : Salary Man) ได้มากพอสมควร

ชาวญี่ปุ่นยึดถือระบบอาวุโส เวลางานของชาวญี่ปุ่นจึงผูกพันอยู่กับระบบนี้อย่างเข้มข้น พนักงานผู้น้อยควรมาทำงานก่อนหัวหน้า และหากเป็นไปได้ควรเลิกงานทีหลัง ในกรณีนี้ระยะเวลาทำงานจะแปรผกผันกับระดับความอาวุโสในหน่วยงาน พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นสิ่งดีงาม เป็นความขยันหมั่นเพียรในสายตาของชาวญี่ปุ่น แต่สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับระบบนี้ ย่อมรู้สึกอึดอัดเป็นธรรมดา

ในที่ทำงานของชาวญี่ปุ่น หากใครกลับบ้านก่อน จะกล่าวกับเพื่อนร่วมงานว่า “โอะสะกินิ ชิตซึเรชิมัส” (お先に失礼します osakini shitsurēshimasu) แปลความว่า “ขอประทานโทษที่ต้องกลับก่อน” หรือจะกล่าวโดยย่อว่า “ชิตซึเรชิมัส” ก็ได้ การกล่าวเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ในสำนึกของชาวญี่ปุ่นนั้น การกลับบ้านก่อนผู้อื่นไม่ใช่สิ่งพึงกระทำ แต่หากมีความจำเป็นก็ควรกล่าวคำขอโทษเสียก่อน ซึ่งในบางครั้งความเกรงใจก็กลับกลายเป็นข้อผูกมัดในการทำงาน เพราะไม่มีใครกล้ากลับบ้านก่อนใคร แม้จะทำงานของตนครบถ้วนแล้วก็ตาม

ชาวญี่ปุ่นแยกการทำงานออกจากชีวิตส่วนตัวชัดเจนมากกว่าชาวตะวันตก คนที่ทำงานในบริษัทเดียวกันมานานหลายปีอาจจะไม่เคยเห็นภรรยาหรือสามีของเพื่อนร่วมงานเลย เป็นเรื่องปกติของชาวญี่ปุ่นที่คู่สมรสจะไม่ก้าวก่ายงานของกันและกัน และก็เป็นเรื่องปกติอีกเช่นกันหากคู่สมรสจะไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานสังสรรค์ของบริษัทหรือหน่วยงานร่วมกับคู่ของตน นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นยังผูกตนเองเข้ากับบริษัทหรือหน่วยงานมากกว่าตัวงาน หากถามชาวญี่ปุ่นว่าทำงานอะไร ชาวญี่ปุ่นมักจะบอกชื่อบริษัทของตน มากกว่าจะบอกลักษณะงานที่ตนเองทำ

มีข้อแนะนำบางประการในทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่น ประการแรกคือ ชาวญี่ปุ่นส่วนหนึ่งอาจรู้สึกไม่พอใจ หรือไม่สบอารมณ์เอามากๆ หากมีคนบอกว่า “อย่าซีเรียสน่า ..” หรือ “พักผ่อนบ้างก็ได้” หรือ “Thank God It’s Friday” ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังทำงานอย่างทุ่มเท คงจะดีกว่าหากจะบอกว่า “อย่ายอมแพ้” หรือ “สู้ๆ นะ!” (頑張って ganbatte) หรือให้กำลังใจด้วยประโยคในทำนองเดียวกัน

คำแนะนำอีกประการคือ ไม่ควรทึกทักเอาเองว่า เหตุที่ชาวญี่ปุ่นกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ เป็นเพราะไม่มีกิจกรรมอื่นใดนอกเหนือจากการทำงาน ทั้งนี้ ชาวญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากชาวต่างประเทศอื่นๆ ที่สวมหมวกหลายใบ มีทั้งหมวกสำหรับการทำงาน หมวกสำหรับครอบครัว แหละหมวกสำหรับสังสรรค์รื่นเริง จะต่างกันก็ตรงที่หมวกแต่ละใบของชาวญี่ปุ่นนั้นแยกจากกันชัดเจน ในขณะที่หมวกของชาวต่างชาติอาจคล้ายคลึงกัน หรือสวมหมวกซ้อนกันหลายๆ ใบ

ชาวญี่ปุ่นทำงานหนัก ทุ่มเทและเข้มงวด เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แตกต่างจากชาวตะวันตกหรือชาวไทยซึ่งคุ้นเคยกับการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศญี่ปุ่นจึงต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่พอสมควร ซึ่งก็มีทั้งที่ปรับตัวได้และไม่ได้ปะปนกันไป

อย่างไรก็ดี ดังที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่า ระยะเวลาและประสิทธิผลในการทำงานเป็นเรื่องที่สามารถพิจารณาแยกจากกันได้ และไม่จำเป็นต้องแปรผันตามกันเสมอไป แม้ความขยันหมั่นเพียรในการทำงานเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย แต่การทำงานอย่างหักโหมจนทำร้ายตนเองก็อาจไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด ดังที่เราทราบข่าวกันอยู่เนืองๆ ว่า ชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะวัยทำงาน ประสบปัญหาความเครียดและฆ่าตัวตายในสัดส่วนประชากรที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ พอสมควร

บางที ทางสายกลางอาจเป็นคำตอบที่ดีสำหรับเรื่องนี้ก็เป็นได้

อ้างอิง: Kate Elwood. Getting Along with the Japanese, 2001

Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: