๑๗๓. ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น

ผมยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องญี่ปุ่น

เมื่อได้มาเรียนต่อที่ญี่ปุ่น นอกเหนือจากการเรียนตามปกติแล้ว ผมคิดว่าเป็นการดีอย่างยิ่งที่จะได้เรียนรู้เรื่องราวของชาวญี่ปุ่นบ้าง เวลาพูดคุยกับอาจารย์ เจ้าหน้าที่ หรือเพื่อนๆ ที่นี่ หากสบโอกาสผมก็มักจะถามความรู้จากพวกเขาเสมอ ซึ่งเขาก็ยินดีที่จะเล่าให้ฟัง เรื่องราวจากคำบอกเล่าเจ้าของประเทศมักจะมีแง่คิดที่น่าสนใจ สะท้อนมุมมองจากคนภายใน (emic) และบ่อยครั้งก็แตกต่างไปจากตำราไทยหรือฝรั่งที่เราเคยอ่านกัน

เรื่องเล่าข้างล่างนี้ ผมเคยเล่าไปแล้วครั้งหนึ่งใน Facebook ของผมเอง

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว (มกราคม ๒๕๕๗) ระหว่างทำการทดลองที่ห้องแล็บ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับโอโคจิเซ็นเซ (ผศ.ดร.โยชิฮุมิ โอโคจิ) เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผมบอกกับอาจารย์ว่า ญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก กล่าวคือ ในขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรม และมีอำนาจทางเศรษฐกิจระดับ G8 แต่ญี่ปุ่นกลับคงวิถีชีวิตแบบจารีต (ผมใช้คำว่า traditional lifestyle) ผสมผสานเข้ากับความเป็นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

อาจารย์บอกผมว่า เมื่อหลายสิบปีที่แล้วญี่ปุ่นก็คลั่งไคล้ความเป็นตะวันตก (อาจารย์ใช้คำว่า western lifestyle คู่กับคำว่า westernization ไม่ค่อยใช้คำว่า modern) หลงใหลในความเจริญแบบทุนนิยม ทำทุกอย่างเพื่อเงินตราและอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่พอถึงจุดหนึ่ง เศรษฐกิจญี่ปุ่นประสบปัญหาครั้งใหญ่ (Great Depression) คนญี่ปุ่นจึงเริ่มกลับมามองตนเองว่า เป้าหมายที่ญี่ปุ่นต้องการคืออะไรกันแน่

จนในที่สุดก็พบคำตอบว่า สิ่งที่ญี่ปุ่นการแท้จริงแล้วไม่ใช่เงินตรา ไม่ใช่วิถีชีวิตและอำนาจเศรษฐกิจแบบตะวันตก แต่ญี่ปุ่นต้องการพัฒนาบนพื้นฐานของญี่ปุ่นเอง

ญี่ปุ่นเลือกที่จะสร้างฐานเศรษฐกิจให้มั่นคงควบคู่ไปกับวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นเอง อาจารย์ยอมรับว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมยังจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจโลก ซึ่งญี่ปุ่นในฐานะที่ส่วนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจก็หนีไม่พ้นความจริงข้อนี้ แต่อาจารย์เน้นว่าทุนนิยมมีพื้นฐานจากสังคมตะวันตก หากนำมาใช้ในญี่ปุ่นจะนำมาใช้ตรงๆ ไม่ได้ ต้องปรับปรุง ต้องประยุกต์ เพราะพื้นฐานตะวันตกและตะวันออกแตกต่างกัน

ความสามารถในการซึมซับและปรับประยุกต์ (อาจารย์ใช้คำว่า absorb and apply) ความรู้จากตะวันตกให้เข้ากับวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น เป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาประเทศนับแต่อดีต ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ญี่ปุ่นเป็นญี่ปุ่นอยู่ทุกวันนี้

สนทนากันยืดยาว ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่น อาจารย์บอกว่าญี่ปุ่นมีความเป็นสังคมนิยมอยู่พอสมควร (อาจารย์ใช้คำว่า Socialism) คือ ทำอะไรตามๆ กันเป็นกลุ่มใหญ่ ความรู้สึกรวมกลุ่มและแปลกแยกมีความสำคัญกับคนญี่ปุ่นพอสมควร เป็นการขัดเกลาทางสังคมอย่างหนึ่ง การทำอะไรตามกันเป็นกลุ่มใหญ่ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกปลอดภัย ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับมุมมองและสถานการณ์

อีกประเด็นหนึ่งที่อาจารย์พูดถึง คือเรื่องกองทัพ อาจารย์บอกว่าการที่ญี่ปุ่นไม่มีกองทัพทหาร มีเฉพาะจิเอไต หรือกองกำลังป้องกันตนเอง (Self-Defense Force) น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ช่วยให้ญี่ปุ่นสนใจการพัฒนาในเรื่องอื่นๆ มากกว่าการจัดสรรงบประมาณบำรุงกองทัพ

อย่างไรก็ดี อาจารย์ยืนยันว่านักการเมืองญี่ปุ่นก็เห็นแก่ตัวไม่น้อยเลยทีเดียว (?!?! – ผมคิดว่า อย่าเอาไปเปรียบกับนักการเมืองไทยเลย)

ผมไม่ค่อยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐกิจหรือวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากนัก ก็นั่งฟังกันไปเพลินๆ

ผมเชื่อว่า หลายคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าเป็นช่วงเทศกาลหรือไม่ก็ตาม คงจะเห็นสาวๆ ชาวญี่ปุ่นแต่งชุดคิโมะโนะเดินไปมาตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งโดยไม่รู้สึกแปลกแยกจากคนรอบข้าง เราอาจจะเห็นคนแต่งชุดคิโมะโนะเดินเคียงกับคนแต่งเสื้อยืดเกงเกงยีนภายในวัดหรือศาลเจ้าเป็นปกติ

คำว่า คิโมะโนะ (着物) เป็นคำประสม ประกอบด้วยคำว่า คิ (着) ซึ่งแปลว่า นุ่งห่ม สวมใส่ (จากข้างบน) และคำว่า โมะโนะ (物) ซึ่งแปลว่า สิ่งของ; ดังนั้น คิโมะโนะ จึงมีความหมายตรงตัวว่า เครื่องนุ่งห่ม แต่ในที่นี้หมายถึงเครื่องแต่งกายแบบประเพณีของชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของเจ้าของประเทศ และมีราคาแพงพอสมควร

อย่างไรก็ดี ทุกครั้งที่ผมเห็นสาวๆ ญี่ปุ่นแต่งชุดคิโมะโนะร่วมงานฉลอง หรือไปไหว้พระขอพร มันชวนให้ผมจินตนาการถึงภาพสาวๆ ไทยสวมชุดไทยบรมพิมานเดินเข้าวัดพระแก้ว .. อืม ก็น่าจะดูสวยงามดีเหมือนกันครับนะครับ เพียงแต่กรุณาอย่าเดินตอนกลางคืน

หมายเหตุ ผศ.ดร.โยชิฮุมิ โอโคจิ เป็นนักวิทยาศาสตร์สาขาอณูชีววิทยา (Molecular Biology)

Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: