๑๕๒. “แรกพบ สพท.” กับบางอย่างที่เปลี่ยนไป

ถึงจะไม่บ่อยครั้ง แต่เมื่อใดที่สบโอกาส ผมจะเข้าร่วมงานรับน้องของ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.)

เหตุที่เข้าร่วมไม่บ่อย เพราะโดยส่วนตัวไม่ค่อยมีส่วนร่วมในงานของ สพท. มาตั้งแต่เมื่อยังเป็นนักเรียนแพทย์ กิจกรรมส่วนใหญ่ของผมวนเวียนอยู่กับงานของ สโมสรนักศึกษาแพทย์ศิริราช (ส.พ.ศ.) เสียมากกว่า ซึ่งก็มากพอที่จะดึงความสนใจของผมเอาไว้ทั้งหมด

แม้จะไม่ได้สนใจงานของ สพท. มากนัก แต่ก็ยังเข้าร่วมงานสำคัญอยู่บ้างในบางครั้ง หนึ่งในนั้นคือ “งานรับน้อง สพท.” หรือในชื่อเดิมที่ผมคุ้นเคยมากกว่า คือ “งานรับน้อง ๑๓ เข็ม”

เหตุที่ยกเลิกชื่อ “๑๓ เข็ม” ไป เพราะโรงเรียนแพทย์ได้เพิ่มมากขึ้นในระยะ ๖ – ๗ ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีโรงเรียนแพทย์รวมเกือบ ๒๐ แห่ง ยุคแห่ง “๑๓ เข็ม” จึงหมดไป กลายเป็น “สพท.” บ้าง “เข็มสัมพันธ์” บ้าง ตามความเหมาะสม

แต่ไม่ว่าจะกี่เข็ม ในความรู้สึกของผมก็คงเป็น “โรงเรียนแพทย์” เหมือนกัน แม้วัฒนธรรมภายในสถาบันจะแตกต่างกันไป แต่ท้ายที่สุดแล้วก็คงความเป็น “แพทย์” ไม่แตกต่างกัน

ภาพประกอบโดย  Borwawntum Sanganetra

งานรับน้อง ๑๓ เข็ม เมื่อสมัยผมยังเป็นนักเรียนแพทย์ปี ๑ จัดขึ้นที่คณะแพทย์จุฬาฯ ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก เว้นแต่จะเป็นเพื่อนร่วมเรียนในโรงเรียนเดียวกันมากก่อน แต่นั่นก็เป็นเพียง “โอกาส” ที่จะพบกันเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วต่างคนต่างถูกจับแยกกันไปคนละกลุ่ม

ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไม่รู้ว่าใครอยู่สถาบันใด แต่ให้มีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกัน สลายเส้นแบ่งระหว่างสถาบัน ผมคิดว่านั่นคือจุดมุ่งหมายสำคัญของกิจกรรมรับน้อง ๑๓ เข็ม อย่างที่ผมคุ้นเคย

ในกิจกรรมสันทนาการแต่ละฐาน หรือแม้ในระหว่างเปลี่ยนฐานกิจกรรม เราได้ทำความรู้จักเพื่อนร่วมกลุ่มโดยไม่ต้องใส่ใจมากนักว่าใครมาจากสถาบันใด ยังไม่มีหัวโขนสถาบันครอบ ไม่มีสีเสื้อมาแบ่งแยก สิ่งที่รู้แน่มีเพียงว่า เราเป็นนักเรียนแพทย์เหมือนๆ กัน

เมื่อไม่รู้จักกันมาก่อน ย่อมเปิดโอกาสให้เราเดินเข้าหากัน พูดคุยกัน และรู้จักกันได้สนิทใจ มากกว่าจะตั้งแง่กันแต่แรกว่าใครเป็นใคร มาจากสถาบันใด ทั้งที่ยังไม่ทันได้พูดคุยกันเลย

ภาพประกอบโดย  Borwawntum Sanganetra

ในระยะ ๖ – ๗ ปี “งานรับน้อง ๑๓ เข็ม” กลายเป็น “งานรับน้อง สพท.” ตามยุคสมัย พร้อมๆ กับจุดมุ่งหมายที่เปลี่ยนแปลงไป

หลังจากที่พลาดงานนี้มาหลายปี การได้กลับเข้าร่วมงานนี้อีกครั้งเมื่อวานนี้ (เสาร์ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕) ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนประสบการณ์ของตัวเองอีกครั้ง – ทั้งที่ไม่เคยคิดสงสัย – ว่าแท้จริงแล้วงานรับน้อง สพท. จัดขึ้นมาเพื่อสิ่งใด

ภาพที่ผมเห็นเมื่อวานนี้ คือ นักเรียนแพทย์ปี ๑ สวมเสื้อเฉพาะบ่งบอกความเป็นตัวตนอย่างเด่นชัด ยืนจับกลุ่มกันเป็นสีๆ บอกให้รู้ตั้งแต่แรกเห็นว่า ใครมาจากสถาบันใด

ด้วยสีเสื้อที่แตกต่างกันนั้นเอง จึงเกิดการแบ่งแยกสถาบันขึ้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะโดยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม การจับกลุ่มก่อให้เกิดพื้นที่เฉพาะที่อนุญาตให้สมาชิกเท่านั้นที่เข้าร่วมได้ ส่วนคนอื่นๆ จะถูกขับออกมาโดยปริยาย

ภาพประกอบโดย  Borwawntum Sanganetra

ถ้าการรับน้อง สพท. จัดขึ้นเพื่อจับกลุ่มระหว่างสถาบัน โดยสร้างสัญลักษณ์การรวมกลุ่ม/แบ่งแยกกันเสียแต่ต้น ก็หมายความว่าจุดมุ่งหมายได้เปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว

ถึงตอนนี้ เราไม่ได้มารับน้องเพื่อทำความรู้จักเพื่อนต่างสถาบัน หรืออาจจะไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าเราจะต้องรู้จักใครคนอื่นนอกเหนือจากเพื่อนร่วมสถาบันของเรา สิ่งที่เราต้องการทำคือ “การแสดงพลังของสถาบัน” ให้ประจักษ์แก่สายตาของสถาบันอื่น – ก็เท่านั้น

ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ว่าน้องๆ เสื้อสีนี้มาร่วมงานมากที่สุด เต็มที่ที่สุด ทรงพลังมากที่สุด ในขณะที่รุ่นพี่เสื้อสีนี้ก็มาร่วมงานกันมากที่สุด จัดกิจกรรมได้ดีที่สุด สันทนาการได้มันที่สุด

เราต้องการ “ความเป็นที่สุด” ให้กับสถาบันของเรา แต่กลับมองข้าม “สาระสำคัญที่สุด” ของการรับน้อง ๑๓ เข็ม/สพท. ไปอย่างน่าเสียดาย

ภาพประกอบโดย  Borwawntum Sanganetra

ผมไม่มั่นใจว่า ผมเข้าใจจุดมุ่งหมายของการรับน้อง ๑๓ เข็ม/สพท. ผิดมาตั้งแต่แรกเข้าเรียน หรือจุดมุ่งหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้วจริงๆ 

ผมเพียงแต่เห็นว่า หากจะเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องรวม แต่กลับแบ่งแยกกันเพื่อแสดงความกลมเกลียวเฉพาะกลุ่มแล้ว ก็ไม่เห็นต้องจัดรับน้องรวมให้ยุ่งยากเลย จัดเฉพาะสถาบันก็เพียงพอแล้ว ประหยัดงบประมาณไปได้อีกเยอะ

แต่ถ้ากรรมการ หรือผู้มีส่วนรับผิดชอบงาน ถือว่า “การแสดงพลังของสถาบัน” ยังเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดแล้ว ผมคงต้องยอมรับความเข้าใจผิดของตนเอง แล้วกลับมายืนในฐานะคนนอกเหมือนอย่างเดิม

ภาพประกอบโดย  Borwawntum Sanganetra

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ

%d bloggers like this: