๑๕๑. ความแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา

ความแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา เป็นธรรมชาติของโลกใบนี้

เมื่อเราลืมตา เหลียวมองออกไปรอบกาย เราจะมองเห็นความแตกต่างกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีดอกไม้หลากสี ต้นไม้นานาพรรณ สัตว์น้อยใหญ่ ทั้งสิ่งมีชีวิตและไร้ชีวิตอีกมากมายที่ดำรงอยู่ร่วมกัน ปะปนคละเคล้ากันไป

ความแตกต่างสร้างสรรค์ความหลากหลาย แต่งแต้มสีสันให้กับธรรมชาติ ก่อเกิดความงดงามปรากฏแก่สายตาของเรา ลองคิดกันเล่นๆ ว่าถ้าทุกอย่างบนโลกนี้เหมือนกันราวกับแกะออกจากแม่พิมพ์เดียวกัน อย่างพวกสินค้าเน้นปริมาณ (mass product) โลกจะดูจืดชืดน่าเบื่อสักเพียงไร

คิดไม่ออกเลย

“…ความหลากหลาย คือ สีสันของธรรมชาติ
ที่ช่วยให้ธรรมชาติมีความงดงามขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์…” 

เขื่อนท่าทุ่งนา จ.กาญจนบุรี

เป็นธรรมดาของสรรพสิ่ง ที่ย่อมมีความแตกต่างดำรงอยู่ควบคู่กัน และความแตกต่างนั้นยังซ่อนเร้นความเปลี่ยนแปลงเอาไว้ในทุกขณะ นั่นหมายความว่า แม้ในสิ่งหนึ่งสิ่งใด เมื่อเวลาผ่านไปก็ย่อมเปลี่ยนแปลงจนแตกต่างไปจากสภาพเดิม

ภาษาธรรมท่านว่าเป็น “ไตรลักษณ์” คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เปรียบได้กับสามัญญลักษณะของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง

นัยยะของความแตกต่าง สอนให้เรามองเห็นความบกพร่องที่ซ่อนเร้น ทั้งในส่วนที่ขาด และส่วนที่เกิน อย่างที่คนพูดกันอยู่เนืองๆ ว่า “nobody is perfect” คือไม่มีใคร หรือสิ่งใดในโลกใบนี้ที่สมบูรณ์พร้อม ทุกคนอาจมีดีเป็นของตน แต่ก็มีข้อบกพร่องอยู่ร่วมด้วยเสมอ

เมื่อมองเห็นความบกพร่องของผู้อื่น ก็ควรมองหาข้อดีที่เขามี ในทำนองเดียวกันเมื่อมั่นใจว่าตนเองมีดี ก็ควรยอมรับข้อบกพร่องของตนเองไปพร้อมกัน

ความแตกต่างคือเรื่องสามัญ แม้ตัวเราก็ยังมีความแตกต่างอยู่ในตัวเอง นับประสาอะไรกับคนอื่นๆ ที่อยู่ร่วมกันในสังคม จะให้เหมือนกันทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้ การอยู่ร่วมกันจึงต้องเข้าใจและเคารพในความแตกต่างนั้นอย่างจริงใจ

ตราบเท่าที่ความแตกต่างนั้นจะไม่ทำร้ายผู้อื่น และไม่ทำลายสันติสุขในสังคม

“…ตุ๊กตาดินเผา ที่พร้อมจะยิ้มให้กับทุกๆ คนที่มาเยือน
โดยไม่ได้คำนึงว่าคนเหล่านั้นจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร…”

โครงการในพระราชดำริ แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี

ความไม่สมบูรณ์ของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ ขับเน้นให้ความแตกต่างมีความสำคัญขึ้นมา เพราะความแตกต่างจะช่วยลดทอนความไม่สมบูรณ์นั้นให้เหลือน้อยลงไป

ความแตกต่างไม่ใช่ความขัดแย้ง อันที่จริงแล้วโดยตัวมันเองไม่ได้มีความหมายในเชิงจริยธรรม เราไม่อาจตัดสินได้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดเลว โดยพิจารณาเพียงความแตกต่างเพียงอย่างเดียว แต่พึงพิจารณาร่วมกับบรรทัดฐานอื่นๆ ซึ่งซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะคาดเดา

แต่สิ่งที่มองเห็นได้ง่ายกว่านั้นคือ ความแตกต่างช่วยเติมเต็มสิ่งที่บกพร่องของกันและกัน เอาส่วนเกินทดแทนส่วนที่ขาดหายให้เต็มตื้นขึ้นมา จนเปลี่ยนกลายเป็นความสมบูรณ์

โดยนัยนี้ ธรรมชาติจึงเตือนให้เรารู้ตัวเสมอว่า ความสมบูรณ์ไม่ได้เกิดจากสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือคนหนึ่งคนใดเพียงเท่านั้น หากแต่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ เคารพในความแตกต่างและนำความแตกต่างนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมโดยรวม

ไม่มีใครที่ดีกว่าใคร ทุกคนมีดีด้วยกันทั้งนั้น พร้อมกันนั้นก็มีข้อบกพร่องด้วยกันทั้งสิ้น หน้าที่ของเราไม่ใช่การเหยียดความแตกต่างให้กลายเป็นเรื่องเลวทราม แต่อยู่ที่รู้จักทำความเข้าใจ ใช้ข้อดีเติมเต็มข้อบกพร่องให้แก่กัน

สังคมไม่ใช่เรื่องของคนๆ เดียว แต่เป็นเรื่องของทุกๆ คน

“…ลีลาวดี เบิกบานอยู่ท่ามกลางความอ่อนล้าของฤดูกาล…”

เขื่อนท่าทุ่งนา จ.กาญจนบุรี

ในสังคมที่เน้นปัจเจก บีบคั้นให้เราหมกมุ่นอยู่กับตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอด ตัวใครตัวมัน ความรู้สึกที่อยากทำงานเพื่อส่วนรวมกลับลดน้อยลง หรือหากจะทำก็ไม่ใช่ทำเพื่อส่วนรวมอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่ทำไปเพื่อชื่อเสียง เกียรติยศและอำนาจของตนเอง

สังคมแบบนี้เสริมสร้างความมั่นใจในตัวเราเอง ให้กล้าคิด กล้าแสดงออก กล้าทำในสิ่งที่ตนเชื่อมั่นว่าถูกต้องดีงาม แต่เมื่อสุดโต่งถึงจุดหนึ่งกลับปิดหูปิดตาของเรา ไม่ให้มองเห็นสิ่งอื่นใดที่ไกลไปจากความต้องการและความพอใจของตนเอง

ในบางครั้งเรามั่นใจในตัวเองมากจนเกินไป จนมองเห็นทุกสิ่งที่แตกต่างไปจากความคิดของเรากลายเป็นเรื่องน่ารังเกียจ เป็นสิ่งเลวทรามรับไม่ได้ ทั้งที่เราเองไม่เคยจะทำความเข้าใจความแตกต่างนั้น ไม่เปิดใจเรียนรู้ที่มาที่ไป แต่กลับตีตราว่าร้ายไปเสียแต่ต้น

เมื่อเป็นเช่นนี้กันทั้งนั้น จะห้ามความขัดแย้งไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่อย่าเชื่อมั่นจนปิดกั้นความเห็นและดูถูกความแตกต่างในตัวของคนอื่นๆ จนเกินไป ไม่อย่างนั้นแล้วความเชื่อมั่นที่มี จะกลายเป็นความโดดเดี่ยวที่น่าสังเวชใจ

“…ดอกบัวหลวง ชูดอกและใบอยู่กลางบึง
บางดอกตูม บางดอกบาน บางใบคลี่กาง บางใบม้วนกลึง…”

โครงการในพระราชดำริ แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี

ความแตกต่างเชื้อเชิญให้เราให้เราได้เรียนรู้

เปิดใจรับรู้ เคารพความแตกต่าง มองให้เห็นว่าเป็นสีสันของธรรมชาติ ปล่อยให้ความแตกต่างได้ดำรงอยู่ร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างที่มันควรจะเป็น ตราบเท่าที่มันไม่ได้ทำลายความงามในธรรมชาติและสันติสุขของสังคมโดยรวม

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใคร หรือสิ่งใด โดยที่ยังไม่ทันได้เรียนรู้อะไรเลย

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ

หมายเหตุ

  • เขื่อนท่าทุ่งนา จ.กาญจนบุรี สถานที่จัดกิจกรรม TALENT Trip นักเรียนแพทย์ศิริราช รุ่น ๑๑๙
  • โครงการในพระราชดำริ แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี สถานที่ทัศนศึกษา กิจกรรม HAIL Trip นักเรียนแพทย์ศิริราช รุ่น ๑๒๑
Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: