๑๔๖. ด้วยรักและผูกพัน : รับน้องข้ามฟาก ศิริราช รุ่น ๑๒๑

ผ่านไปกว่า ๘๐ ปี แต่ความรู้สึกที่เคยมีไม่เคยเปลี่ยนแปลง

บรรยากาศ “ประเพณีรับน้องข้ามฟาก” ของพวกเราชาวศิริราช ไม่ว่าเวลาจะเคลื่อนผ่านไปสักกี่ปี แต่ความรักความผูกพันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องก็ไม่เคยลดน้อยลง ซ้ำกลับจะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นในทุกๆ ปี

และด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันนี้เองที่เชื่อมร้อยความสัมพันธ์ของเราให้ต่อเนื่องมานานแสนนาน

ภาพโดย  Payont Thanasatirakul

ย่ำค่ำ ศุกร์ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๕ ภายในห้องประชุมตรีเพ็ชร อาคาร ๑๐๐ ปีสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ โรงพยาบาลศิริราช เต็มไปด้วยนักเรียนแพทย์ศิริราช รุ่น ๑๒๑ “ศิริราชน้องใหม่” ที่นั่งกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรับฟังเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของอาจารย์และรุ่นพี่แพทย์ศิริราช ต่อเนื่องกันหลายต่อหลายคน

อาจารย์และรุ่นพี่ทุกคนมาพบกับรุ่นน้อง พูดคุยกับรุ่นน้อง ด้วยความรู้สึกอย่างเดียวกัน คือ อยากพบหน้าน้อง อยากรู้จักน้อง; น้องผู้ซึ่งจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวศิริราช ครอบครัวที่มีประวัติศาสตร์ยืนยาวสืบเนื่องกันมานับกว่า ๑๒๑ ปี

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกินกว่าช่วงอายุคน และในระหว่างระยะเวลานั้นก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย แต่ภายใต้ความรักความผูกพันของชาว “ศิริราช” ก็ทำให้ระยะเวลาหรือช่วงอายุไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ทุกคนยังเป็น “พี่” ที่พร้อมจะ “รัก” และ “รับน้อง” อยู่เสมอ

ไม่ว่าแต่ช่วงอายุที่ต่างกันหรอก ขึ้นชื่อว่าเป็น “ศิริราช” ด้วยกันแล้ว จะเป็นตายร้ายดีเราก็ยัง “รักกัน” ไม่เสื่อมคลาย

เรื่องราวที่บอกเล่าแก่นักเรียนแพทย์ศิริราชน้องใหม่ในค่ำคืนการอบรมก่อนรับน้องข้ามฟาก ล้วนแต่เป็นประสบการณ์ของรุ่นพี่ที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วเป็นอย่างดี สิ่งใดที่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ มีประโยชน์แก่ชีวิตของรุ่นน้องต่อไป ก็พร้อมจะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้น้องใหม่ได้รับรู้

การอบรมไม่ใช่การบังคับ ไม่ใช่การใช้อำนาจของรุ่นพี่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นสิ่งที่เรา ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง ทำร่วมกันไป; รุ่นน้องนั่งฟัง รุ่นพี่ยืนพูด ยืนให้กำลังใจ คอยดูแลเมื่อยามที่น้องป่วยไข้ แม้บางคราวจะดูเหมือนว่ารุ่นพี่ดุดันไปบ้าง แต่นั่นก็ด้วยอารมณ์ของเนื้อความที่กำลังพูดถึง ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่ต้องการทำร้ายน้องๆ แต่อย่างใด

เอาเข้าจริงแล้ว รุ่นพี่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายน้องเลย ในขณะที่น้องใหม่ “นั่ง” ฟัง รุ่นพี่ทุกคนกำลัง “ยืน” คอยสอดส่องดูแล รุ่นน้องนั่งกันนานเพียงไร รุ่นพี่ก็ยืนกันนานเท่านั้น

ภาพโดย  Payont Thanasatirakul

ประสบการณ์ในชีวิตของแต่ละคนนั้นมีอยู่มากมาย หากประมวลรวมกันแล้วก็อาจใช้เวลาทั้งชีวิตในการบอกเล่าเรียนรู้ ยิ่งประสบการณ์การเรียนและการทำงานในฐานะแพทย์ด้วยแล้ว เรื่องราวก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ

เส้นทางเดินของแพทย์แตกต่างจากคนอื่นๆ ทั่วไป วิชาชีพของเราอยู่ท่ามกลางความเจ็บไข้ได้ป่วย อยู่ระหว่างความเป็นความตาย เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไข้ที่เราต้องดูแล – แม้ว่าคนไข้จะมองข้ามความสำคัญข้อนี้ไปบ้าง นั่นก็ด้วยกระแสสังคม และความคิดอย่างปัจเจกที่มุ่งเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง – แต่ถึงอย่างไร พันธสัญญาและภาระหน้าที่ของเรายังคงมีความสำคัญอยู่เช่นเดิม

การจะดำรงตนอยู่ท่ามกลางความเป็นความตายอย่างนั้นได้ ประสบการณ์ในชีวิตของเราต้องเจนจัดพอสมควร แต่ด้วยช่วงชีวิตอันจำกัด เราคงไม่อาจเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของตนเองทั้งหมด หนทางที่จะช่วยให้เราได้มองเห็นโลกมากขึ้น เรียนรู้เรื่องราวได้กว้างขวางและลุ่มลึกมากขึ้น ก็ด้วยอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์ของรุ่นพี่นี้เอง

การอบรมของชาวแพทย์ศิริราชยังคงจัดสืบเนื่องมาหลายสิบปี ก็ด้วยเหตุผลนี้

เมื่อใกล้วันอบรมและรับน้องข้ามฟาก รุ่นพี่จะตื่นเต้นกันมาก เพราะนอกจากจะเป็นวันที่เราได้รู้จักน้องใหม่ของเราแล้ว เรายังมีโอกาสได้บอกเล่าประสบการณ์ดีๆ ให้แก่รุ่นน้อง และพร้อมกันนั้นตัวรุ่นพี่เองก็ได้รับฟังเรื่องราวจากรุ่นพี่คนอื่นๆ พร้อมกันไปด้วย งานนี้จึงไม่ใช่แค่การ “ถ่ายเท” ประสบการณ์เพียงฝ่ายเดียว แต่คือการ “แลกเปลี่ยน เรียนรู้” ประสบการณ์ระหว่างกัน

การเรียนรู้นั้นอาจจะเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง แต่มันก็คุ้มค่า จึงไม่น่าแปลกใจที่น้องใหม่จะเห็นรุ่นพี่มาร่วมงานนี้อย่างล้นหลามทุกปีไป

ภาพโดย Joseph Benchapol

การรับน้องของชาวแพทย์ศิริราชเริ่มต้นเป็นครั้งแรกเมื่อกว่า ๘๐ ปีที่แล้ว เป็นสถาบันแห่งแรกในไทยที่จัดให้มีพิธีต้อนรับนิสสิตใหม่ที่จะเข้ามาร่วมเรียนในสถาบันเดียวกัน ตั้งแต่เมื่อ “ศิริราช” ยังเป็น “คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย”

การจัดงานรับน้องของเราไม่ใช่การ “แสดงอำนาจ” ระหว่างรุ่นพี่ต่อรุ่นน้อง ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญในเรื่องที่วิปริตวิตถารอย่างที่พบเห็นในสถาบันอื่นๆ หากแต่เป็นการ “ต้อนรับ” สมาชิกใหม่เข้าร่วมในครอบครัวเดียวกัน ให้เราได้เป็นพี่เป็นน้อง ร่วมทุกข์ร่วมสุข ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ตามอย่างวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของสังคมไทย

ศ. นพ. อวย เกตุสิงห์ (ศิริราช รุ่น ๓๘) ผู้ซึ่งเป็นต้นคิดพิธีต้อนรับนิสสิตใหม่เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เคยกล่าวไว้ว่า “เรียนร่วมสำนัก รักเหมือนร่วมแม่”; ความเป็นพี่น้องนั้นสำคัญ และยิ่งเป็นพี่น้องร่วมครรภ์มารดาเดียวกันด้วยแล้ว ความผูกพันก็ยิ่งแน่นแฟ้น

เราชาวศิริราชตระหนักเสมอว่า เมื่อน้องใหม่ก้าวเข้ามาร่วมในสถาบันเดียวกัน น้องคือครอบครัวเดียวกัน ควรที่เราจะดูแลเอาใจใส่ให้ดีที่สุด เราจึงไม่พบเห็น “การว้าก” ไม่พบเห็นการ “อวดเบ่ง” ของรุ่นพี่ต่อรุ่นน้องอย่างที่เคยพบเห็นที่สถาบันอื่นๆ ทั่วไป การแสดงอำนาจเพื่อให้รุ่นน้องเคารพรังแต่จะสร้างความหวาดกลัวและเกลียดชังในใจของรุ่นน้อง ซึ่งชาวศิริราชเราไม่มีวันทำเช่นนั้นโดยเด็ดขาด

ความเป็น “รุ่นพี่” ของชาวศิริราชไม่ได้เกิดขึ้นด้วยอำนาจ แต่เกิดขึ้นด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และไมตรีจิตที่มีให้กับ “รุ่นน้อง” อย่างคนที่อยู่ร่วมในครอบครัวเดียวกัน และ “ความเคารพ” ของรุ่นน้องที่มีต่อรุ่นพี่ก็ไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัว หากแต่เกิดจากความรู้สึกเคารพรักในใจอย่างแท้จริง

ภาพโดย Joseph Benchapol

รุ่งสาง เสาร์ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ศาลาท่าน้ำศิริราช รุ่นพี่ – รุ่นพ่อ รุ่นปู่ – ชาวศิริราช มารอต้อนรับน้องใหม่ที่จะข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยามายังท่าศิริราช รุ่นพี่ทุกคนมีความยินดีเหลือล้น เมื่อรู้ว่าน้องใหม่จะได้เข้าร่วมในครอบครัวของเราอย่างสมบูรณ์

นับตั้งแต่ศาลาท่าน้ำเรื่อยมาตามถนนจักรพงษ์ ผ่านหน้าตึกชัยนาทนเรนทรานุสรณ์ (ผู้ป่วยนอกเก่า) ล่วงมาจนถึงลานพระบรมรูปสมเด็จพระบรมราชชนก รุ่นพี่ทุกคนรอต้อนรับน้องใหม่อยู่ด้วยความปลื้มปีติ

กล่าวอย่างนักเรียนสังคม ประเพณีรับน้องข้ามฟาก คือ “พิธีกรรม” อย่างหนึ่ง ที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิต มีแนวคิด ขั้นตอน พร้อมด้วยสมาชิกและการเฉลิมฉลองต่างๆ นานา เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางใจ ในกรณีนี้คือ การย้ำเตือนให้น้องใหม่ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนผ่านสถานะของตนเอง จากใครที่ไหนก็ไม่รู้ เข้ามาสู่รั้วศิริราช เปลี่ยนแปลงจากนักเรียนธรรมดา สู่เส้นทางของแพทย์อย่างเต็มตัว

การย้ำเตือนนี้ไม่ใช่เพียงแค่น้องใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรุ่นพี่ด้วย ให้รุ่นพี่ได้รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง มีคนที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ ดูแล ประคับประคองร่วมกันไป

การเรียนของเราที่นี่ ที่ศิริราช จึงไม่ใช่แค่การเรียนเพียงเพื่อตัวเอง ไม่ใช่แค่เข้ามาเรียนแล้วก็จบกันไป แต่ยังมีความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันตลอดทาง ไม่ว่ารุ่นพี่และรุ่นน้องจะห่างกันกี่ช่วงอายุก็ตาม แต่เราไม่เคยทิ้งกัน ดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ศิริราช พี่จะดึงเรา เพื่อนจะประคับประคองเรา และน้องจะคอยดันเรา”

ที่นี่ ไม่เคยมีใครที่ต้องอยู่คนเดียว และจะไม่มีวันเป็นเช่นนั้นเลย

ภาพโดย Joseph Benchapol

ถ้าเสียง Hail ที่ดังต่อเนื่องตลอดมาจะสะท้อนอะไรบางอย่างที่สำคัญ สิ่งนั้นก็คงเป็นความรักที่รุ่นพี่มีต่อรุ่นน้อง และความเคารพที่รุ่นน้องมีต่อรุ่นพี่นั่นเอง แม้วันเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร สิ่งต่างๆ รอบกายจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่ความรู้สึกของเรา – รุ่นพี่และรุ่นน้องชาวศิริราช – จะยังคงสืบเนื่องต่อไปไม่มีวันเสื่อมคลาย

กี่ปีกี่ปีผ่าน 
กี่กาลผันกี่วันคืน
ยังคงยังยงยืน 
จะยื่นรักถักทอฝัน

รักน้องนะ น้องรัก
ตระหนักค่าคุณานันต์
พี่น้องคล้องสัมพันธ์
“ศิริราช” ขวัญนิรันดร

ยินดีต้อนรับรุ่นน้อง ศิริราช รุ่น ๑๒๑ สู่บ้านศิริราชของพวกเรา
รัตนาดิศร ศิริราช รุ่น ๑๑๕ 

ภาพโดย  Payont Thanasatirakul

ขอบคุณภาพประกอบจากรุ่นน้องศิริราชทั้ง ๒ คน

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ 

Leave a comment

1 Comment

  1. มาร่วมรับน้องข้ามฟาก ติดต่อกันหลายปีแล้ว
    ปีนี้เช่นกัน ได้ช่วยถ่ายรูปรับน้องศิริราช รุ่น ๑๒๑
    หวนรำลึกถึงเมื่อครั้งที่ได้ข้ามฟาก ปี ๒๕๒๓
    ภูมิใจและประทับใจที่เป็น ศิษย์ศิริราช ครับ

    Like

    Reply

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: