๑๔๔. เวลา – พื้นที่ – วันปีใหม่ [๒๕๕๕]

สวัสดีปีใหม่
ถึงจะผ่านปีใหม่เข้าสู่วันที่สองแล้ว แต่ยังพอเหลือบรรยากาศอยู่บ้าง
ตามห้างร้าน ตามบ้านเรือน ยังคงสนุกสนานกันต่อเนื่อง
ส่วนร้านค้าเล็กๆ ในเมือง ก็ยังปิดร้านกันเรียงรายเหมือนเดิม

ไม่แน่ใจว่าบรรยากาศปีใหม่จะยังคงต่อเนื่องไปอีกกี่วัน
อาจจะเพียงแค่วันสองวัน พอผ่านพ้นปีแล้วก็จบกันไป
อาจจะต่อเนื่องยาวนาน ตราบเท่าที่ราชการยังหยุดชดเชย
หรือบางที จะปีใหม่หรือปีเก่า ก็ไม่เคยต่างไปจากเดิม

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ปีใหม่เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต เป็นวันเปลี่ยนปฏิทิน
เป็นรูปธรรม ให้เราเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเรา
วันเวลาเคลื่อนผ่านเราไปทุกวัน โดยที่เราไม่เคยตระหนักถึงความสำคัญ
ต่อเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อมีใครสักคนมาสะกิดบอกกับเรา ว่า “ปีใหม่แล้วนะ”
เราจึงรู้ตัว เร่งจัดการชีวิตของเราให้ทันสิ้นปี
เพื่อที่ว่า จะได้มีเวลาสังสรรค์กันตามความเคยชิน

ในที่สุด วันเวลาอันแสนสุขก็ผ่านพ้นไปพร้อมกับงานรื่นเริงสังสรรค์
เมื่อสร่าง ปีใหม่ก็กลายเป็นปีเก่า ทุกอย่างวนกลับเข้าสู่จุดเดิมอีกครั้ง

“…เราไม่ค่อยสนใจวันเวลาที่ผ่านเลยไป เพราะเรามองไม่เห็นมัน
ต่อเมื่อเราต้องการมัน เราจึงเริ่มค้นหา แล้วก็พบว่าได้สูญเสียมันไปแล้ว…”

ปีใหม่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เรามองเห็น
หากเรามองให้ลึกเข้าไปในความเปลี่ยนแปลงนั้น
เราจะมองเห็นธรรมชาติของมัน ธรรมชาติของความไม่หยุดนิ่ง
ธรรมชาติของการสับเปลี่ยนแทนที่ “ใหม่” เข้าแทน “เก่า” ต่อเนื่องกันไป

ปีใหม่จึงเป็นส่วนหนึ่งของอนุกรมเวลา วินาทีหนึ่งสู่วินาทีหนึ่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ปีใหม่จึงเกิดขึ้นอยู่ทุกอนุขณะที่ผ่านเลยไป
เพียงแค่เรามองเห็นและใส่ใจ ทุกวินาทีก็เป็นปีใหม่สำหรับเรา

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ช่วงปีใหม่เป็นวาระแห่งการเปลี่ยนแปลง
หลายคนถือเอาปีใหม่เป็นวันแห่งการปฏิญาณตน เอาฤกษ์เอาชัย
หลายคนใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง
แม้ว่าหัวใจของใครบางคนยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ปีเก่า กับ ปีใหม่ อาจแยกขาดจากกัน, ในความคิดของคนทั่วไป,
ก็อาจจะจริง เพราะตัวเลขวันที่ ปี พ.ศ. แตกต่างกันชัดเจน
แต่การมองอย่างนั้นทำให้เวลากลายเป็นจุดที่คงที่ตายตัว
เรามองข้ามความต่อเนื่องของเวลา ความสืบเนื่องของเรื่องราวรอบตัว
กลายเป็นความโดดเดี่ยว ท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง

“…อดีตไม่ใช่แค่สิ่งที่ผ่านพ้นไป หรือจบแล้วจบกันไป
แต่อดีตได้สืบเนื่องมาเป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบัน
เช่นเดียวกันกับปัจจุบัน ที่กำลังเคลื่อนที่สืบเนื่องไปสู่อนาคต…”

การมองจุดเวลาแบบแยกขาด ตายตัว
ทำให้เรามองไม่เห็นความเป็นเหตุเป็นผลของเรื่องราว การกระทำ
ทั้งที่ความเป็นจริง ทุกอย่างเชื่อมโยงกันไปทั้งหมด

ความรู้สึกโดดเดี่ยวภายในใจ ก็เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอย่างเดียวกัน
เรามองตัวเราเป็นเอกเทศ แยกขาดจากสังคมส่วนรวม
มองไม่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวเราและคนอื่นๆ ที่อยู่รายล้อม
เราจึงเหลือตัวคนเดียว ทั้งที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายรอบตัว

เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มี “พื้นที่” ที่เป็นของเราอยู่แล้ว
ถ้าเรามอง “พื้นที่” ของเราแบบแยกขาด เหมือนกับจุดเวลา
“พื้นที่” ของเราย่อมโดดเดี่ยว แปลกแยก ไม่เกี่ยวข้องกับใคร
แต่หากเรามองเห็นปฏิสัมพันธ์ของ “พื้นที่” ของเราต่อสังคม อย่างที่มันเป็น
คำว่าโดดเดี่ยวจะไม่หลงเหลือในพจนานุกรมแห่งความรู้สึกของเราอีกต่อไป

ยามเย็น ณ เชิงสะพานอรุณอมรินทร์

“พื้นที่” และ “เวลา” เกี่ยวเนื่องกันเสมอ
อย่างที่ฝรั่งชอบอ้างถึง “space-time” ในวิชาฟิสิกส์ และในศาสตร์ทางสังคม
ถ้าเรามองเวลาเป็นจุดที่ตายตัว พื้นที่ของมันก็คงที่และโดดเดี่ยว
แต่หากเรามองเวลาเป็นความต่อเนื่อง พื้นที่ย่อมเกิดปฏิสัมพันธ์

“พื้นที่” และ “เวลา” จึงเปลี่ยนแปลงไปตามมุมมองของเรา
ไม่ใช่เพราะมันไม่คงที่ แต่เพราะเราเลือกที่จะรับรู้มันในแบบของเราเอง

ใจคนเรามีแนวโน้มที่จะแยกตัวเองออกจากสังคม
เพราะมองไม่เห็น หรือมองข้าม “พื้นที่” ของตนเองในสังคมนั้นๆ
ทำนองเดียวกับที่มองข้ามความสำคัญของ “เวลา”
แต่เมื่อธรรมชาติของใจเรียกร้องหา “พื้นที่” อยู่ตลอดเวลา
ความขัดแย้ง ความแปลกแยก จึงปะทุขึ้นกลางใจนั้นเอง

“…ทั้งที่ทุกคนมีพื้นที่ของตนอยู่แล้ว แต่มองไม่เห็นคุณค่าของมัน
กลับเรียกร้องหาพื้นที่ที่อยู่ไกลออกไปนอกตัว ไม่เคยพอ
แล้วชีวิตจะก้าวพ้นความโหยหา อ้างว้าง เป็นตัวของตัวเองได้อย่างไร…”

กลับมามองพื้นที่ของตัวเราเองบ้าง มองให้เห็นคุณค่าของมัน
ให้ความสำคัญกับเราในแบบที่เป็นตัวของเราเอง ไม่ใช่เป็นแบบใคร
โลกใบนี้ สังคมนี้ มีที่ยืนเพียงพอสำหรับทุกๆ คนอยู่แล้ว
ขอเพียงแต่เราไม่ทำร้าย หรือ “กินพื้นที่” ของใครคนอื่น เท่านั้นเอง

อย่าทำร้ายตัวเอง ด้วยความคิดว่า “เราไม่มีที่ยืน”
จริงๆ แล้วเรามี เพียงแต่ยังมองไม่เห็นมัน

เล็กนั้นงาม

ช่วงเวลาปีใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับหลายๆ อย่าง
สิ่งหนึ่งควรเริ่มต้น คือ การฝึกฝนมุมมอง
ลด ละ เลิก มุมมองที่ทำร้ายตัวของเรา ทำร้ายใจของเรา
กลับมาให้ความสำคัญกับใจของเราบ้าง อย่างที่ควรจะเป็น

ขอบคุณ “เวลา” ที่สอนบทเรียนที่มีคุณค่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
ขอบคุณ “พื้นที่” รอบกาย ที่ช่วยให้มองเห็นความสำคัญตัวตน
ขอบคุณ “ปีใหม่” ที่เปิดโอกาสให้คิดอะไรฟุ้งซ่านกับใจของตัวเอง

“…ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีงามสำหรับทุกคน…”

“…Are you OK ?”, Teddy said.
ของขวัญปีใหม่จาก อ. พญ. จิรภา เจตน์สว่าง

“…ร่วมกันทำทุกๆ นาทีให้มีค่าสำหรับเรา
แล้วก้าวผ่านเรื่องราว และความรู้สึกร้ายๆ ไปพร้อมกัน…”

เพียงถ้อยคำธรรมดา ที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจ
ขอบคุณสำหรับทุก comment ครับ

Leave a comment

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: